Blog

  • ABS Absolute Value ค่าสัมบูรณ์

    ABS Absolute Value ค่าสัมบูรณ์

    ABS Absolute Value ค่าสัมบูรณ์ ในทางคอมพิวเตอร์ ABS มักจะหมายถึง 2 ความหมายหลัก ขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังพูดถึง “การเขียนโปรแกรม” หรือ “อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์”

    1. ทางการเขียนโปรแกรมและ Excel (Software & Logic)

    ABS ย่อมาจาก Absolute Value หรือ ค่าสัมบูรณ์

    • คืออะไร: เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้เปลี่ยนตัวเลขติดลบให้กลายเป็นบวก (ระยะห่างจากศูนย์)
    • การใช้งาน: พบได้ในโปรแกรม Spreadsheet (อย่าง Microsoft Excel, Google Sheets) และภาษาโปรแกรมเกือบทุกภาษา (เช่น Python, C, SQL)
    • ตัวอย่าง:
      • ABS(-5) ผลลัพธ์คือ 5
      • ABS(10) ผลลัพธ์คือ 10
      • ใน Excel: สูตร =ABS(A1-B1) จะช่วยหาผลต่างของตัวเลขโดยไม่สนว่าตัวไหนมากกว่า (ค่าจะไม่ติดลบ)

    2. ทางฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ (Hardware)

    ABS ย่อมาจาก Acrylonitrile Butadiene Styrene

    • คืออะไร: เป็นชนิดของ “พลาสติก” ที่นิยมใช้ทำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
    • การใช้งาน:
      • คีย์แคป (Keycaps): ปุ่มกดบนคีย์บอร์ดส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก ABS (มักจะผิวมันเงาง่ายเมื่อใช้ไปนานๆ เทียบกับพลาสติก PBT ที่สากกว่า)
      • เคสคอมพิวเตอร์/เมาส์: พลาสติกภายนอกของอุปกรณ์ไอทีมักใช้ ABS เพราะทนทานและขึ้นรูปง่าย
      • 3D Printing: เส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็มีชนิด ABS

    สรุปคือ ถ้าเจอใน สูตร Excel หรือโค้ด คือ “ค่าสัมบูรณ์” แต่ถ้าเจอเวลาซื้อ คีย์บอร์ดหรือเมาส์ คือ “ชนิดพลาสติก”

  • ABR Available Bit Rate

    ABR Available Bit Rate

    ABR Available Bit Rate ด้านเทคโนโลยีและเครือข่าย (Technology & Networking)

    • Available Bit Rate: อัตราข้อมูลที่สามารถใช้งานได้ เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในการส่งข้อมูล (เช่น ในเครือข่าย ATM) ซึ่งระบบจะปรับความเร็วในการส่งข้อมูลตามปริมาณแบนด์วิดท์ที่เหลืออยู่
    • Adaptive Bitrate Streaming: การสตรีมแบบปรับบิตเรตอัตโนมัติ เทคนิคในการส่งไฟล์วิดีโอที่ปรับคุณภาพตามความเร็วอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน (มักเห็นในการดูวิดีโอออนไลน์)
    • Area Border Router: ในระบบเครือข่าย (OSPF Protocol) หมายถึงเราเตอร์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ (Area) ต่างๆ ในระบบเครือข่ายเข้าด้วยกัน
  • About box

    About box

    About box อ่านว่า อะเบาต์ บ็อกซ์ ในทางคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ หมายถึง หน้าต่างข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม

    มันคือหน้าต่างเล็กๆ (Dialog box) ที่เด้งขึ้นมาเพื่อแสดงรายละเอียดสำคัญของซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่คุณกำลังใช้งานอยู่ โดยปกติแล้วจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้:

    1. ชื่อโปรแกรม: ชื่อเต็มของซอฟต์แวร์นั้นๆ
    2. เลขเวอร์ชัน (Version Number): (สำคัญมาก) บอกว่าโปรแกรมที่คุณใช้อยู่เป็นรุ่นไหน เช่น v1.2.5 ข้อมูลนี้จำเป็นเวลาตรวจสอบการอัปเดต หรือเวลาแจ้งปัญหาการใช้งานกับผู้พัฒนา
    3. ชื่อผู้พัฒนาหรือบริษัท: ใครเป็นคนสร้างโปรแกรมนี้
    4. ข้อมูลลิขสิทธิ์ (Copyright): ปีที่จดทะเบียนและเจ้าของลิขสิทธิ์
    5. ข้อมูลทางกฎหมายอื่นๆ: เช่น สัญญาอนุญาตการใช้งาน (License Agreement) หรือเครดิตรายชื่อผู้จัดทำ

    จะเจอ About box ได้ที่ไหน?

    โดยทั่วไปในโปรแกรมบน Windows มักจะซ่อนอยู่ในเมนู Help (ช่วยเหลือ) > About [ชื่อโปรแกรม] (เกี่ยวกับ…)

    สรุปสั้นๆ คือ มันคือหน้าต่างที่บอกว่า “โปรแกรมนี้คืออะไร ใครทำ และเป็นเวอร์ชันไหน”

    ภาพตัวอย่าง

    About box Google Chrome
    About box Photoshop
  • Abort, Retry, Fail, Ignore?

    Abort, Retry, Fail, Ignore?

    ประโยค “Abort, Retry, Fail, Ignore?” เป็นข้อความแจ้งเตือนข้อผิดพลาด (Error Message) ที่เป็นตำนานที่สุดข้อความหนึ่งในยุคระบบปฏิบัติการ MS-DOS (ยุคก่อน Windows ที่ใช้เมาส์คลิกกันแพร่หลาย)

    ข้อความนี้จะเด้งขึ้นมาเมื่อคอมพิวเตอร์พยายามติดต่อกับฮาร์ดแวร์ (เช่น ไดรฟ์อ่านแผ่น Floppy Disk หรือ เครื่องพิมพ์) แล้วเกิดปัญหา ไม่สามารถทำงานต่อได้ ระบบจึงหยุดและถามผู้ใช้ว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ

    ความหมายของแต่ละตัวเลือก

    นี่คือสิ่งที่คอมพิวเตอร์ถามคุณในขณะนั้น:

    1. Abort (ยกเลิก):
      • ความหมาย: สั่งให้ “หยุด” การทำงานของโปรแกรมนั้นทันที และออกจากโปรแกรมกลับไปสู่หน้าจอคำสั่งหลัก (Command Prompt)
      • ผลลัพธ์: งานที่ทำค้างไว้อาจจะหายไปทั้งหมด เพราะเป็นการบังคับปิดโปรแกรม
    2. Retry (ลองใหม่):
      • ความหมาย: สั่งให้คอมพิวเตอร์ “พยายามทำคำสั่งเดิมซ้ำอีกครั้ง”
      • การใช้งาน: เป็นตัวเลือกที่คนกดบ่อยที่สุด มักใช้ในกรณีที่คุณลืมเสียบแผ่นดิสก์ หรือปิดฝาไดรฟ์ไม่สนิท พอแก้ไขฮาร์ดแวร์เสร็จก็กด Retry เพื่อให้มันอ่านข้อมูลใหม่
    3. Fail (ล้มเหลว):
      • ความหมาย: สั่งให้ระบบ “เลิกพยายาม” อ่านฮาร์ดแวร์ตัวนั้น แต่ไม่ต้องปิดโปรแกรม ให้ส่งค่าแจ้งเตือน (Error code) กลับไปบอกโปรแกรมว่า “ทำไม่ได้นะ” แล้วให้โปรแกรมตัดสินใจเองว่าจะทำยังไงต่อ
      • ผลลัพธ์: โปรแกรมอาจจะยังทำงานต่อได้ แต่อาจจะฟ้อง Error อื่นตามมาแทน
    4. Ignore (เพิกเฉย):
      • ความหมาย: สั่งให้ระบบ “แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” กับข้อผิดพลาดนั้น แล้วฝืนทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
      • ความเสี่ยง: เป็นตัวเลือกที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ไฟล์ข้อมูลเสียหาย (Corrupt) หรือได้ข้อมูลขยะมาแทน

    ทำไมข้อความนี้ถึงเป็นตำนาน?

    วัฒนธรรม Pop Culture: ปัจจุบันคำนี้ถูกนำมาใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงสถานการณ์ในชีวิตที่ล้มเหลว แล้วเราต้องเลือกว่าจะ เลิกทำ (Abort), พยายามใหม่ (Retry), หรือ ช่างมัน (Ignore)

    ความน่ากลัว: ในสมัยก่อน การเจอข้อความนี้มักหมายถึง “แผ่นดิสก์เสีย” ซึ่งแปลว่างานหรือเกมที่คุณเซฟไว้อาจจะหายไปตลอดกาล

    ความสับสน: ผู้ใช้ทั่วไป (User) มักไม่เข้าใจว่า Fail กับ Ignore ต่างกันอย่างไร หรือกด Abort แล้วงานจะหายไหม ทำให้เกิดความสับสนในการใช้งาน

  • Abort แปลหลักๆ ได้ว่า “ยกเลิก”, “ยุติ”, หรือ “ระงับ”

    Abort แปลหลักๆ ได้ว่า “ยกเลิก”, “ยุติ”, หรือ “ระงับ”

    Abort คำว่า “Abort” (อ่านว่า อะ-บอร์ท) แปลหลักๆ ได้ว่า “ยกเลิก”, “ยุติ”, หรือ “ระงับ” สิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ให้หยุดลงกลางคัน โดยความหมายจะขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ ดังนี้ครับ:

    1. ทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (Computing)

    ในบริบทนี้จะพบบ่อยที่สุด เช่น เวลามีข้อความ Error ขึ้นมา

    • ความหมาย: การสั่งให้โปรแกรมหรือคำสั่งหยุดทำงานทันที เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดหรือความขัดข้อง
    • ตัวอย่าง: ปุ่ม “Abort” ในกล่องข้อความ Error (เช่น Abort, Retry, Fail?) หมายถึง “เลิกทำ” หรือ “หยุดการทำงานนี้ซะ”

    2. ทางการทหารและการบิน (Military & Aviation)

    • ความหมาย: การยกเลิกภารกิจหรือแผนการที่วางไว้ หรือการยกเลิกการปล่อยจรวด/ยานอวกาศ
    • คำไทยที่ใช้: ยกเลิกภารกิจ, ล้มเลิกแผน
    • ตัวอย่าง: “Abort the mission!” (ยกเลิกภารกิจทันที!)

    3. ทางการแพทย์ (Medical)

    • ความหมาย: การยุติการตั้งครรภ์ หรือการแท้งบุตร (มักใช้คำนามว่า Abortion)
    • คำไทยที่ใช้: ทำแท้ง, แท้งลูก

    4. ความหมายทั่วไป

    • ความหมาย: การล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือหยุดการเจริญเติบโตของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    • คำไทยที่ใช้: ล้มเลิก, หยุดชะงัก

    สรุปคำพ้องความหมาย (Synonyms)

    หากจะใช้คำอื่นแทน Abort สามารถใช้คำเหล่านี้ได้ในบางบริบท:

    • Cancel: ยกเลิก (ใช้ได้ทั่วไป)
    • Terminate: ยุติ, ทำให้สิ้นสุด (ดูเป็นทางการ)
    • Halt: หยุด, พัก (หยุดนิ่ง)
    • Stop: หยุด

  • Ablative WORM

    Ablative WORM

    ในทางคอมพิวเตอร์ “Ablative WORM” (อะ-เบล-ทีฟ เวิร์ม) คือเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นจานแสง (Optical Disk) รูปแบบหนึ่งครับ

    ความหมายเจาะจงของมันคือ: การบันทึกข้อมูลถาวรโดยการ “เผา” พื้นผิวให้เป็นหลุม

    เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอแยกอธิบายทีละคำครับ:

    1. WORM (Write Once, Read Many)

    หมายถึง “เขียนได้ครั้งเดียว อ่านได้หลายครั้ง” เมื่อข้อมูลถูกบันทึกลงไปแล้ว จะไม่สามารถลบ แก้ไข หรือเขียนทับได้อีก (เหมือนการเขียนปากกาหมึกซึมลงกระดาษ) เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลทางกฎหมายหรือประวัติศาสตร์ที่ห้ามมีการเปลี่ยนแปลง

    2. Ablative (การระเหิด / การทำลายพื้นผิว)

    คำนี้บ่งบอกถึง “วิธีการ” ที่ไดรฟ์ใช้เขียนข้อมูลลงไปบนแผ่นครับ

    • กระบวนการ: หัวอ่านจะยิงแสงเลเซอร์ความร้อนสูง ไปยังชั้นบันทึกข้อมูล (Recording Layer) ซึ่งมักทำจากโลหะพิเศษ (เช่น Tellurium)
    • ผลลัพธ์: ความร้อนทำให้เนื้อโลหะตรงจุดนั้น “ระเหย” (Ablate) หรือละลายหายไป จนเกิดเป็น “หลุม” (Pit) เล็กๆ ถาวร
    • การอ่านข้อมูล: เมื่อคอมพิวเตอร์อ่านข้อมูล แสงเลเซอร์จะสะท้อนกลับมาจาก “พื้นที่ปกติ” และ “หลุม” ในรูปแบบที่ต่างกัน ทำให้แปลงค่าออกมาเป็นเลข 0 และ 1 ได้

    สรุปความแตกต่างจากแผ่นแบบอื่น

    • Ablative WORM (แบบนี้): ใช้เลเซอร์ เจาะรู เนื้อสารหายไปจริงๆ (ถาวรที่สุด)
    • Phase-Change (CD-RW/DVD-RW): ใช้เลเซอร์เปลี่ยน สถานะ ของผลึกสาร (จากขุ่นเป็นใส) ทำให้ลบและเขียนทับได้
    • Dye-Polymer (CD-R ทั่วไป): ใช้เลเซอร์ทำให้สารเคมี เปลี่ยนสี หรือบวมขึ้น (ราคาถูกกว่าแบบ Ablative)

    ดังนั้น Ablative WORM จึงถือเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีความทนทานสูงมาก และมั่นใจได้ 100% ว่าข้อมูลจะไม่ถูกแอบแก้ไข เพราะเนื้อแผ่นถูกเจาะเป็นรูไปแล้วทางกายภาพครับ

  • abend

    abend

    abend คำว่า Abend (อ่านว่า อา-เบ็นดฺ) เป็นคำศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ ย่อมาจาก “Abnormal End” ครับ

    โดยสรุปแล้ว มันคือเหตุการณ์ที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ “หยุดทำงานอย่างกะทันหันโดยไม่ได้ตั้งใจ” หรือที่ภาษาทั่วไปเรียกว่า “โปรแกรมล่ม” (Crash) นั่นเองครับ

    นี่คือรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำนี้:

    1. ที่มาของคำ (Origin)

    • ต้นกำเนิด: คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากยุคของเครื่อง IBM Mainframe (ระบบปฏิบัติการ OS/360) สมัยก่อน
    • ความหมาย: เมื่อโปรแกรมทำงานผิดพลาดจนระบบต้องสั่งปิดโปรแกรมนั้นทันที จะมีการแจ้งเตือนว่า “Abnormal End of Task” ซึ่งวิศวกรคอมพิวเตอร์จึงเรียกย่อๆ กันว่า “Abend”

    2. การใช้งาน (Usage)

    คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำนามและคำกริยา เช่น:

    • คำนาม: “The system had an abend last night.” (ระบบเกิดการหยุดทำงานผิดปกติเมื่อคืนนี้)
    • คำกริยา: “The application abended due to a memory error.” (แอปพลิเคชันล่มเพราะข้อผิดพลาดของหน่วยความจำ)

    3. เกร็ดความรู้ (Trivia)

    • ภาษาเยอรมัน: คำว่า Abend ในภาษาเยอรมันแปลว่า “ตอนเย็น” (Evening)
    • มุกตลกของโปรแกรมเมอร์: นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุคนั้นมักจะเล่นมุกตลกว่า “Abend” คือการที่ “พระอาทิตย์ตกดิน” (Sun setting) ใส่โปรแกรม หรือโปรแกรมได้จบสิ้นลงแล้ว (The end) ซึ่งเป็นความบังเอิญที่ชื่อย่อภาษาอังกฤษไปตรงกับคำในภาษาเยอรมันพอดีครับ

    สรุปสั้นๆ: หากคุณเจอคำว่า Abend ใน Error Log หรือเอกสารทางเทคนิค ให้เข้าใจว่ามันคือ “Software Crash” หรือการที่โปรแกรมหยุดทำงานเพราะเกิดข้อผิดพลาดครับ

    คุณกำลังเจอ Error Code ที่เกี่ยวกับ Abend ในระบบ Mainframe หรือ Server อยู่หรือเปล่าครับ? ผมสามารถช่วยตรวจสอบรหัสความผิดพลาด (Completion Code) ให้ได้นะ

  • ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

    ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง


    ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในภาษาทางสถิติ มีมโนทัศน์พื้นฐานอยู่คำหนึ่งคือ การสุ่ม (Sampling) ปัญหาทางสถิติโดยมากค่าของการวัดจะได้มาจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างจะได้มาจากประชากรที่มีขนาดใหญ่

    ประชากร คือ กลุ่มของการวัดทั้งหมดที่สนใจศึกษา
    ตัวอย่าง คือ สับเซตของการวัดที่มาจากประชากรที่สนใจศึกษา


    สำหรับการทดลองวัดอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองวัดอุณหภูมิของร่างกายมี 148 คน เราจะคาดหวังว่า กลุ่มตัวอย่างจะเป็นตัวแทนที่ดีของกลุ่มประชากรทั้งหมดที่อยู่บนโลก


    ในความเป็นจริงแล้วเราสนใจจะศึกษาอะไร? ความจริงเราสนใจที่จะศึกษาประชากรทั้งหมดแต่ประชากรอาจจะยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะวัด เป็นเพียงความฝันที่จะพยายามบันทึกอุณหภูมิร่างกายของทุก ๆ คนบนโลก ดังนั้นเราจึงพยายามที่จะอธิบายหรือทำนายพฤติกรรมของประชากรโดยอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มมาจากประชากร

    ดังนั้นในการวิจัยจำเป็นที่จะต้องนิยามประชากรให้ชัดเจนว่าผู้วิจัยต้องการศึกษากับกลุ่ม

    ประชากรใด จากนั้นจึงสุ่มกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา โดยอาศัยเทคนิคการสุ่มตัวอย่าง

  • Power BI ทำความรู้จักเกี่ยวกับ Power BI Desktop

    Power BI ทำความรู้จักเกี่ยวกับ Power BI Desktop

    Power BI เป็นบริการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกผ่านระบบคลาวด์ ของบริษัทไมโครซอฟท์ ที่ช่วยให้มองเห็นภาพข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงและบริหารข้อมูลผ่าน Deshboard Realtime เพื่อการประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างคล่องตัว Power BI Desktop คือโปรแกรมที่ใช้ช่วย วิเคราะห์สรุปผลข้อมูลจ านวนไม่จำกัด จากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล เช่น Excel File, Microsoft Access Database, SQL Server, Oracle เป็นต้น ได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้ไม่ต้องมีความรู้เชิงเทคนิค เพราะโปรแกรมสามารถแสดงผลได้ทั้งรูปแบบตาราง สรุปผลด้วย Visualization แสดงกราฟในรูปแบบต่าง ๆ และยังติดตั้งเพิ่มเติมได้จาก Marketplace และจุดเด่นคือแสดงผลแบบเป็นแผนที่ โดยสามารถแสดงผลผ่านเว็บไซต์ และอุปกรณ์ Mobile และ Tablet จึงทำให้เราได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมในการก าหนดกลยุทธ์ และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ